อนึ่ง ก่อนเราจะไปกันต่อ ขอแก้ไขความเข้าใจผิดทั้งปวงว่า คณะนี้ จบมาแล้วทำบรรณารักษ์ ไม่ใช่ค่ะ!คณะที่จบมาแล้วทำบรรณารักษ์น่ะมี แต่ไม่ใช่คณะเราแน่นอน
อะสอง ข้อมูลเบื้องต้น คณะวารสารฯ ก่อตั้งมาแล้วกว่าหกสิบปี โดยเริ่มต้นจากการเป็น แผนกวารสารศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มาก่อน เริ่มแรกเนี่ยจะเน้นเรียนสอนเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์เป็นหลักก่อนจะเริ่มเพิ่มสื่อต่างๆขึ้นตามมาทีหลัง
หลายปีต่อมาเกิดความนิยมมากขึ้น เราเลยได้เปิดเป็นคณะขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (Faculty of Journalism and Mass Communication หรือที่เรียกกันจนคุ้นหูว่า JC)
ปัจจุบัน JC มีทั้งหมด 6 เอก และ ภาคอินเตอร์ ที่เรียกกันว่า BJM
แต่ละ คณะ สาขา ภาควิชา เน้นคนละด้าน
คณะนิเทศศาสตร์
บุคลิกภาพของผู้เรียน
.มีแนวคิดสร้างสรรค์
.กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำให้สิ่งที่ถูกต้อง
.มั่นใจในตัวเอง มีบุคลิกภาพ และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
.วิสัยทัศน์กว้างไกล ติดตามข่าวสารทุกด้าน
.มีทักษะในการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ฯลฯ
สาขาวารสาร
เฉียบคมในการสื่อสาร เชี่ยวชาญเทคโนโลยี มุ่งเน้นการเรียนแบบผสมผสาน ทั้ง
ความรู้ด้านวารสารที่เน้นการเขียน เรียบเรียง และรวบรวมข้อมูลเพื่อจัด
ทำสิ่งพิมพ์ และความรู้สารสนเทศ ที่เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การผลิต
สื่อทั้งรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เหมาะสมกับสังคมยุคปัจจุบัน
แต่วันนี้ผมจะมาพูดถึงสาขาวารสารศาสตร์
หลักสูตร
จะใช้เวลาในการศึกษา 4 ปี จะเน้นทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
1.สาขาวารสารสนเทศ จะเน้นหนักเกี่ยวกับวิทยาการและเทคโนโลยีข่าวสาร เช่น การสื่อข่าว เขียนข่าว การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆรวมทั้งเครือข่ายอินเตอร์เนต การรายงานข่าวผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการออกแบบการนำเสนอผ่านสื่อพิมพ์อื่นๆ เช่น แผ่นปลิว โปสเตอร์ เป็นต้น
2.สาขาวิทยุและโทรทัศน์ ศึกษาทฤษฎีแนวคิด กระบวนการของการส่งข่าวสารหรือสื่อความหมายต่างๆโดนทางสื่อกระจายเสียงและโทรทัศน์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประกาศ การแสดง การเขียนบท การผลิตรายการวิทยุ การบริหารงานสถานีวิทยุและโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังได้รับการฝึกฝนการผลิตรายการวิทยุจากห้องบันทึกเสียง ทั้งรายงานข่าว สารคดี ละคร ดนตรี
3.สาขาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ศิลปะ และการสื่อความหมายของภาพนิ่งและภาพยนตร์ ผู้ศึกษาในสาขานี้จะสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์จากจินตนาการที่มีอยู่ผลิตภาพยนตร์ที่ทันสมัย นอกจากนี้จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาพนิ่ง การใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ และการขยายภาพในห้องแล็บด้วยตนเอง
4.สาขาโฆษณา ศึกษาการทำงานด้านโฆษณาต่างๆตั้งแต่การสร้างสรรค์และการผลิตสื่อโฆษณา การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค การเขียน การวางแผน การรณรงค์เพื่อการโฆษณา ตลอดจนศึกษาถึงบทบาทของการโฆษณาในการตลาด
5.สาขาประชาสัมพันธ์ เน้นหนักเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจอันดี ป้องกันและแก้ไขความเข้าใจผิด คงวามขัดแย้ง ส่งเสริมและรักษาภาพลักษณ์ของสถาบัน การจัดการภาวะวิกฤต การหยั่งเสียงประชามติ ประชาพิจารณ์ ตลอดจนการสร้างสรรค์และโน้มน้าวทัศนคติที่ดีแก่ประชาชน
6.สาขาวาทวิทยา/บริหารการสื่อสาร ศึกษาพฤติกรรมการใช้ภาษาในการสื่อสารของมนุษย์ทุกระดับ เช่น การสื่อสารระหว่างบุคคล การสื่อสารหน้าที่ชุมชน การสื่อสารในองค์การ การสื่อสารทางธุรกิจ และการสื่อสารเพื่อการพัฒนาสังคม
คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาคณะนี้
- มีความสามารถในการใช้ภาษาติดต่อสื่อสารทั้งด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- มีความสนใจทางด้านศิลปะการสื่อความหมายประเภทต่างๆ
- มีความคิดสร้างสรรค์ รักการอ่าน การเขียน มีความรู้กว้างขวาง
- สนใจศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทันต่อเหตุการณ์ณ์
- มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลาอยู่เสมอ
- กล้าแสดงออก ช่างสังเกต มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
แนวทางในการประกอบอาชีพ
เมื่อจบในสาขาเหล่านี้สามารถทำงานในสายงานโดยตรงหรือสาขาที่เกี่ยวข้องได้ ที่เน้นหนักในด้านการผลิตเอกสาร ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ นักประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจสมาคมต่างๆ เป็นผู้วางแผนการใช้สื่อและเป็นนักโฆษณาในส่วนของสายงานวิชาชีพที่เกี่ยวข้องโดยอาชีพที่จะต้องใช้การพูด การสื่อสารเป็นปัจจัยหลัก
ถามว่าจบมาแล้วทำอะไร ก็ทำงานตามสาขาที่พวกเราเรียนกันมานี่แหละค่ะ นอกจากจะน้องมีธุรกิจของพ่อแม่หรืออยากเปิดธุรกิจอื่นๆขึ้นมาเอง
"ไม่มีใครหรอกนะที่เรียนมาแล้วจะตกงาน มีแต่คนที่เลือกงานเท่านั้นแหละ "
สถาบัน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.สยาม ม.รามคำแหง
ม.กรุงเทพ ม.หอการค้าไทย ม.ศรีปทุม ม.เกริก
ม.เกษมบัณฑิต ม.อัสสัมชัญ ม.รังสิต
ม.อีสเทิร์นเอเซีย ม.เซนต์จอห์น ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
ตะวันเอง/ อัพเดท 19 มี.ค. 52 / 20:01 /5มีนาคม 2559
นงลักษณ์พัฒน์ โตเปี้ยว / วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 / 5มีนาคม 2559
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.สยาม ม.รามคำแหง
ม.กรุงเทพ ม.หอการค้าไทย ม.ศรีปทุม ม.เกริก
ม.เกษมบัณฑิต ม.อัสสัมชัญ ม.รังสิต
ม.อีสเทิร์นเอเซีย ม.เซนต์จอห์น ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
ตะวันเอง/ อัพเดท 19 มี.ค. 52 / 20:01 /5มีนาคม 2559
นงลักษณ์พัฒน์ โตเปี้ยว / วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 / 5มีนาคม 2559


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น